Thursday, 19 March 2009

ย้อนเวลาหาอดีตกับรถ DELOREAN ใน BACK TO THE FUTURE

บางคนอาจคิดว่ารถคันนี้เป็นรถที่มีเฉพาะในภาพยนตร์เรื่อง “Back to the Future” เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว รถรุ่นนี้เป็นรถที่มีการผลิตขึ้นมาจริงๆ ครับ นั่นก็คือรถ Delorean DMC-12 เป็นรถยนต์สปอร์ตที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจมากทีเดียวครับ รถคันนี้เป็นรถที่ผลิตขึ้นมาในวงจำกัดมากๆ ถ้าหากว่า Robert Zemeckis ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่นำรถ Delorean มาใช้เพื่อเป็นเครื่องจักรสำหรับเดินทางย้อนยุคหรือล้ำยุคไปในช่วงปี พ.ศ.ต่างๆ ได้เป็นว่าเล่น คนทั่วๆ ไปอาจไม่รู้เลยว่า เคยมีรถรุ่นนี้อยู่ในโลกก็ว่าได้



รถสปอร์ต Delorean รุ่น DMC-12 นับเป็นรถล้ำยุค ในยุค ’80 และผลิตโดย Delorean Motor Company ก่อตั้งโดย John Delorean ในปี 1975 John เป็นผู้ที่คลั่งไคล้หลงใหลในรถสปอร์ตเป็นอย่างมาก มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะผลิตรถสปอร์ตชั้นยอดของโลกขึ้นมาให้ได้ รถต้นแบบ DMC-12 ร่างขึ้นในปี 1976 และเริ่มต้นผลิตจริงในปี 1981 ที่โรงงานในเมือง Dunmurry ไอร์แลนด์เหนือ, DMC-12 ถูกผลิตออกมาเพียง 9,000 คัน และหยุดการผลิตในปลายปี 1982 เนื่องจากประสบกับปัญหาด้านเงินทุน และที่แปลกก็คือ ปัจจุบันชิ้นส่วนต่างๆ ของรถรุ่นนี้ยังคงมีอยู่ครบทุกชิ้น ถ้าคุณมีเงินก็สามารถสั่งให้โรงงานประกอบได้ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ US$ 57,000 (ใช้ในส่วนเดิมประมาณ 80%)


Dolerean DMC-12 เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเช่น ตัวถังรถทำด้วยสแตนเลสจะไม่มีการพ่นสี (แต่ผู้ที่ซื้อไปมักจะนำไปพ่นสีเกือบทุกราย) เราจะไม่เคยเห็นรถรุ่นนี้สีอื่นๆ เลย นอกจากสีบรอนซ์เงิน หรือไม่ก็สีโลหะ ตัวรถออกแบบโดย Giorgetto Giugiaro แห่งสำนักออกแบบ ITAL Design ในอิตาลี

เอกลักษณ์อีกอย่างของรถ DMC-12 คือประตูแบบปีกนกที่คล้ายกับ Mercedes 300 SL ตัวรถทำด้วยเหล็กกล้าและไฟเบอร์กลาส มีโครงรถแบบ Monocoque รูปตัว Y ใช้เครื่องยนต์วางด้านหลัง ขนาด 2,849 cc V6 กำลัง 170 แรงม้า ระบบ Disc Brake ทั้ง 4 ล้อ (นับว่าล้ำหน้าในยุค ’80) น้ำหนักรถ 1,230 กิโลกรัม ราคาเมื่อแรกจำหน่ายในปี 1981 คือ 12,000 US$

ที่นี้มาคุยกันถึงเรื่อง Delorean DMC-12 ในหนัง Back To The Future กันบ้างครับ หนังเรื่องนี้ผลิตออกมาทั้งหมด 3 ภาค (ปี 1985,1989,1990) แต่ละภาค DMC-12 ก็จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อย แต่ยังคงใช้รถหน้าตาแบบเดิม เช่นในภาค 2 และ 3 เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ของ Porsche รถที่ใช้ในการถ่ายทำทั้งหมดมี 6 คัน

Back To The Future ภาคแรกสร้างในปี 1985 กำกับการแสดงโดย Robert Zemeckis แสดงนำโดย Michael J.Fox (แสดงเป็นเด็กหนังวัย 17 ปี Marty Mcfly) และ Christofer Lloyd (แสดงเป็นศาสตราจารย์บราวน์ หรือ Doc) ซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์ Time Machine ซึ่งก็คือ Delorean DMC-12 นั่นเอง


เนื้อเรื่องในภาค 1 Marty เพื่อนต่างวัยของ Doc ได้เดินทางย้อนยุคไปในอดีตเพื่อช่วยเหลือชีวิตรักของพ่อและแม่ของ Marty


ส่วนภาค 2 นั้น Doc และ Marty เดินทางล้ำยุคไปในปี 2015 รถ DMC-12 ในภาคนี้ล้อรถจะพับและเหาะได้

ภาค 3 ของ Back to the Future Marty เดินทางย้อนอดีตไปในปี 1885 เพื่อช่วยเหลือ Doc ให้กลับมาสู่ปี 1985 รถ DMC-12 ภาคนี้จะวิ่งบนรางรถไฟได้ด้วย



หลังจากภาพยนตร์ภาค 3 จบลงมีผู้สะสมรถเหล็ก ต้องรออีกเกือบ 10 ปีถึงจะมีผู้ผลิตรถเหล็กได้รับลิขสิทธิ์ให้ผลิตได้ (ในช่วงเวลาเกือบ 10 ปีนั้น ก็จะมีแต่ของเล่นพลาสติก, Fast Food Toy, Model พลาสติก ผู้ผลิตรถเหล็ก Back to the Future รายแรกๆ น่าจะเป็น Corgi ผลิตในปี 2001 เป็นรถเหล็กในภาค 1 อัตราส่วน 1:36 ประตูปีกนกเปิด-ปิดได้ มี Figure โลหะของ Doc ด้วย จากนั้น Universal Studio ในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นก็ผลิตรถเหล็กออกมาทั้ง 3 ภาค มีขนาด 1:43 เล็กกว่าของ Corgi เล็กน้อย

รถเหล็กภาค 1 ของ Universal Studio น่าจะผลิตในช่วงปี 2002 มีลวดโลหะด้านท้ายเป็นตัวรับคลื่นไฟฟ้า คล้ายกับของ Corgi ส่วนภาค 2 ล้อจะพับแบนราบทั้ง 4 ล้อ (Time Machine ในปี 2015 ล้อจะพับเก็บขณะที่กลายสภาพเป็นรถเหาะ) ส่วนภาค 3 บนฝากระโปรงหน้า จะมีแผงวงจรไฟฟ้าขนาดใหญ่วางอยู่ ใต้ท้องรถ
ส่วนใหญ่แล้วรถเหล็ก Back to the Future ทั้ง 3 ภาค ของผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กัน เพียงแต่อาจมีขนาดต่างๆ กัน หรือรถเหล็กภาค 3 ของบางผู้ผลิตจะวางล้อรถลงบนรางรถไฟตามเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ ผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่ผลิตรถเหล็ก Back to the Future เช่น
Hot Wheels ผลิตทั้ง 3 ภาค มีขนาดเล็ก 1/72 ผลิตในปี 2001 โดย Mattel Inc.
Vitesse ผู้ผลิตรถเหล็กสัญชาติโปรตุเกส ผลิตรถเหล็ก Back to the Future ภาค 1 มีขนาด 1/43 ผลิตปี 2005


ผู้ผลิตรถเหล็กในปัจจุบันในท้องตลาด ที่ผลิตรถ Back to the Future ทั้ง 3 ภาค คือ Sun Star ผลิตรถเหล็กอัตราส่วน 1/18 (part 3 ของ Sun Star อยู่บนรางรถไฟ)


นอกจากนี้ก็ยังมีของ Welly ผลิตทั้ง 3 ภาคเช่นกันขนาดอัตราส่วน 1/24 ส่วนโมเดลรถ Delorean DMC-12 ธรรมดาที่ไม่ใช่รถ Back to the Future ก็มีเหมือนกันครับ ผลิตโดย Welly อัตราส่วน 1/24 ครับ

Monday, 16 March 2009

รถบัสแห่งลอนดอน



ใครที่เคยไปอังกฤษจะต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับรถบัสสองชั้นที่วิ่งไปมาทั่วกรุงลอนดอนอย่างโมเดลคันนี้เป็น รถเหล็ก Matchbox Regular Wheels No.5B – London Bus ผลิตในประเทศอังกฤษ ปี 1957 ความยาว 5.6 ซม. ตัวรถสีแดง ใต้ท้องโลหะ ล้อพลาสติกสีเทา สติกเกอร์ “Buy Matchbox Series” รถรุ่นนี้ยังเป็นรุ่นที่ไม่มีกระจก แฟนๆ Matchbox ไม่ควรพลาดครับค่อนข้างหายาก แต่ถ้าใครอยากได้ คันนี้มีนักสะสมจากประเทศอังกฤษมาขอซื้อไปแล้ว เขาคงสงสัยว่าหลงมาอยู่ในประเทศไทยได้ยังไง ต้องเอากลับอังกฤษดีกว่า555

รถดัมฟ์ QUARRY TRUCK



รถดัมฟ์คันนี้เป็นรถเหล็ก Matchbox Regular Wheels No.6B – Quarry Truck ผลิตจากประเทศอังกฤษปี 1957 ความยาว 6.35 ซม. สีเหลือง ล้อดำ สภาพดีมากครับเมื่อเทียบกับอายุ 50 ปี ที่จริงน่าจะมี Sticker ข้างประตูรถ แต่เป็นไปได้ว่าการส่งไปขายบางประเทศอาจไม่มี Sticker ก็ได้ครับ รถรุ่นนี้ยังไม่มีกระจกครับ สภาพนี้สวยมากครับ

Friday, 13 March 2009

รถโฟล์คเต่าสุดแสนคลาสสิค



รถโฟล์คเต่าเป็นรถที่ผมว่าสวยคลาสิคโมเดลหนึ่ง บรรดาผู้ผลิตรถเหล็กหลายๆ ค่ายก็ผลิตออกมามากมายเป็นที่นิยมของนักสะสมโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบรถโฟล์ค คันที่ผมเมาให้ดูเป็นของค่าย Daygone Vanguard No.72000 1952 VW Beetle Blue Bettle ผลิตในประเทศอังกฤษ ปี 1995 ความยาว 9.5 ซม. เป็น VW คันแรกที่ผลิตโดย Lledo สีน้ำเงิน ใต้ท้องสีดำ กระจกใส ภายในสีเทา สภาพใหม่ พร้อมกล่องสภาพดี (ปี 1995 Lledo ผลิตโฟล์คเต่า 2 แบบ คือสีน้ำเงินเป็นเบอร์แรกและถัดมาคือสีเขียวอ่อน) เอามาให้ดูกันทั้งสองสีเลยครับ

รถดับเพลิง MERRYWEATHER FIRE ENGINE



ผมไม่ค่อยได้เอารถดับเพลิงมาโพสต์กันเลยใช่ไหมครับ วันนี้ก็เลยเอามาฝากกันเป็นรถดับเพลิงของ Matchbox รุ่น King Size K-15 Merryweather Fire Engine รถดับเพลิงคันนี้ผลิตในประเทศอังกฤษ ปี 1964 ความยาวตัวรถ 12.5 ซม. ความยาวบันได 30 ซม. ตัวรถสีแดง บันไดสีเทา ตัวควบคุมบันไดเป็นไฮโดรลิค ใต้ท้องรถ ระฆังบนหลังคา บันไดท่อนแรกเป็นโลหะเช่นกันครับ ล้อยางถอดได้ ทั้งรุ่นของ King Size ออกรถดับเพลิงคันนี้มาคันเดียว อย่าลืมหาเก็บมาเป็นเจ้าของนะครับ

รถตัก HATRA TRACTOR SHOVEL



เอารถที่ใช้ในการก่อสร้างมาให้ดูกันอีกคันครับ เป็นรถเหล็ก Matchbox King Size – K3 Hatra Tractor Shovel ผลิตในอังกฤษ ปี 1965 ความยาว 13.5 ซม. ชิ้นส่วนส่วนใหญ่เป็นโลหะ ยกเว้นล้อและกระจก มีระบบไฮโดรลิคสำหรับแขนตัก ยกขึ้นลง หมุนได้ 180 องศา กระบะตักปรับมุมได้ ล้อถอดเปลี่ยนได้ แถมมียางสำรองไว้ให้ด้วยครับ

Friday, 6 March 2009

รถดัมฟ์ในชุด MAJOR PACK ที่ชื่อ DINKUM DUMPER


เอารถดัมฟ์มาฝากสำหรับคนที่ชอบรถก่อสร้าง คันนี้เป็นรถเหล็ก Matchbox M-10A – Dinkum Dumper ผลิตในประเทศอังกฤษ ปี 1962 ความยาว 10.7 ซม. สีเหลือง ล้อยางถอดได้ แกนล้อสีแดง กระบะหลังยกได้ ใต้ท้องโลหะ มีรูปลอกน้ำ แกนล้อปกติ ยางสภาพดีมาก คันนี้สมบูรณ์มากครับสำหรับรถอายุกว่า 45 ปี คันนี้ และรถในรุ่น Major Pack ของ Matchbox นี้ ก็มีการผลิตออกมาน้อยแบบมากครับก่อนที่จะเปลี่ยนมาผลิตรุ่น King Size

กล่องรถเหล็กราคา 2,500 บาท!!!!


เวลาสองทุ่มยี่สิบนาทีของวันที่ 26 มกราคม 2009 เป็นวันเวลาที่กล่องเปล่าซึ่งใช้บรรจุรถเหล็ก Matchbox Superfast Wheels Series 75 หมายเลข 15 Volkswagen 1500 ตัวกล่องมีสภาพใหม่เอี่ยม ถูกประมูลไปจาก EBay ในราคา 43.50 ปอนด์ หรือกว่า 2,500 บาท โดยมีการประมูลแข่งกันตั้งแต่วันที่ 19 – 26 มกราคม 2009 มีผู้เข้าร่วมประมูลจากทั่วโลก 7 คน ด้วยจำนวนการประมูล 12 ครั้ง ผู้ชนะคือนักสะสมจากสาธารณรัฐเช็คโกสโลวาเกีย


กล่องรถเหล็กรุ่นนี้มีขนาด 8x3.9x2.7 ซม. ผลิตในอังกฤษปี 1971 บนกล่องพิมพ์ภาพวาด 4 สีของ VW 1500 สวยงามมาก ออกแบบตัวอักษรและสีสันในยุคทศวรรษ 1970 ภาพรถโฟล์กเต่า 1500 ดูมีชีวิตชีวาเหมือนกับจะพุ่งออกมาจากกล่องด้วยความเร็วสูง ใต้ภาพรถจะมีตัวอักษขนาดจิ๋ว ระบุข้อความ “MARCA REGISTRADA” C.1971 “MATCHBOX” REG’D.T.M. Lesney Products & Co.Ltd. London England, Made in England ส่วนด้านข้างกล่องนั้นโลโก้ TESTED ภาษาต่างๆและภาพคุณสมบัติของรถเหล็ก ในที่นี้คือ รถโฟล์กคันนี้มีขอลากด้านหลัง, ล้อความเร็วสูงและระบบช่วงล่างแบบรถแข่ง ที่ฝาในทั้งด้านหนึ่งมีธงชาติอังฤษและสเปน รวมทั้งเครื่องหมาย + ที่แสดงถึงความปลอดภัยของของเล่น ฝาด้านในอีกด้านหนึ่งจะเป็นธงชาติเยอรมันและฝรั่งเศส (รวมทั้งเครื่องหมาย + ด้วย)



เห็นไหมครับต้องใช้เวลาเกือบ 40 ปี ถึงรู้ว่ากล่องของเล่น หายากกว่าตัวของเล่น เพราะเด็กๆ กว่า 80% จะทิ้งกล่องไปตั้งแต่แรก และเริ่มชำแหละของเล่นออกเป็นชิ้นๆ ในเวลาต่อมา
หลังจากเวลาผ่านไปในที่สุดก็ต้องมาแย่งกันซื้อกล่องเปล่าในราคาถึงกว่าสองพันบาทในขณะที่ 40 ปีก่อนแทบไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย ทีนี้เห็นคุณค่าของกล่องกันแล้วหรือยังครับ (ราคากล่องพร้อมรถในเวลานั้นขายในเมืองไทยประมาณ 35 บาทครับ)